สูตรอาหารโคขุน
ทำไมต้องมีสูตรอาหารโคขุน? การเลี้ยงโคขุน คือการเลี้ยงโคที่ยังอายุน้อยให้เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ โดยการให้อาหารแก่โคที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งอาหารหยาบ และอาหารข้นอย่างเต็มที่ ในสภาพการเลี้ยงแบบขังคอกอย่างเดียวหรือร่วมกับการปล่อยแปลงหญ้า
การเลี้ยงโคขุนแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
- เลี้ยงเพื่อผลิตลูกโคขุน หรือเรียกว่า ฟาร์มพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ จะเลี้ยงแม่พันธุ์โคเพื่อผลิตลูกโค เมื่อลูกโคหย่านม (6-8 เดือน) ขายให้เกษตรกรนำไปขุนหรือเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป การเลี้ยงลักษณะ ต้องมีแม่พันธุ์หลายตัว และต้องใช้พื้นที่มากพอสมควร
- เลี้ยงโคขุน เป็นการเลี้ยงโคขุนที่ได้จากการซื้อลูกโคหรือซื้อโคที่มีอายุน้อยจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อนำมาเลี้ยงขุน ให้เติบโตอย่างรวดเร็ว มักเป็นการเลี้ยงแบบขังคอกหรือปล่อยแปลงหญ้า ซึ่งอาจจะใช้พื้นที่มากหรือน้อยก็ขึ้นอบยู่กับจำนวนโคที่เลี้ยง
- เลี้ยงวัวมัน เป็นการเลี้ยงโคขุนที่ใช้โคที่มีอายุมากหรือร่างกายซูบผอมที่หาซื้อจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อนำมาเลี้ยงขุนให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นก่อนที่จะส่งจำหน่าย การเลี้ยงลักษณะนี้จะเป็นการเพิ่มน้ำหนักโคที่เกิดจากฟื้นฟูโคให้มีกลับมาอ้วนหรือเป็นการเพิ่มไขมันเป็นหลัก เนื่องจากเป็นโคที่มีร่างกายซูบผอมหรือมีอายุมากแล้ว
สูตรอาหารสำหรับโคขุนเล็ก
สูตรนี้สําหรับลูกโคที่มีอายุตั้งแต่ 8 วัน ก็จะสามารถให้ลูกโคเริ่มหัดกินได้แล้ว และเพิ่มปริมาณ มากขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถให้อาหารข้นสูตรนี้เมื่อโคอายุได้ 2 เดือน โดยให้ได้ไม่เกินวันละ 2 กิโลกรัม
สูตรอาหารสําหรับขุนโค มีโปรตีนประมาณ 20% ประกอบด้วย
- รําละเอียด 30 กิโลกรัม
- ข้าวโพดป่น 40 กิโลกรัม
- กากถั่วเหลืองป่น 20 กิโลกรัม
- กระดูกป่น 1.5 กิโลกรัม
- เกลือป่น 0.5 กิโลกรัม
- รวม 100 กิโลกรัม
สูตรอาหารสําหรับโคขุนรุ่นเล็ก สูตรนี้มีปริมาณโปรตีน 16-18%
เหมาะสําหรับโคที่มีอยู่ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป มีให้เลือกผสม ได้ 4 สูตร โดยให้พิจารณาถึงราคาและคุณภาพของวัตถุดิบเป็นเกณฑ์วัตถุดิบแต่ละชนิดนั้น มีหน่วย เป็นกิโลกรัม
วัคถุดิบ | สูตรที่ 1 | สูตรที่ 2 | สูตรที่ 3 | สูตรที่ 4 |
รํา | 30 | 30 | 30 | 24 |
ปลายข้าว | 25 | 20 | 44 | 36 |
ข้าวโพด | 25 | 20 | 6 | 8 |
กากถั่วเหลือง | 17 | 8 | 18 | 10 |
ใบกระถิน | – | 20 | – | 20 |
ไดแคลเซียม | 2 | 1 | 1 | 1 |
เกลือ | 1 | 1 | 1 | 1 |
รวม | 100 กก. | 100 กก. | 100 กก. | 100 กก. |
อาหารสําหรับโคขุน
ปริมาณโปรตีนในอาหารข้นสําหรับโครุ่นหรือโคสาวนั้น จะมากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับคุณภาพ อาหารหยาบ นํ้าหนักของโค และระยะการเจริญเติบโตของโคด้วย นอกจากนี้แล้วคุณภาพของอาหาร หยาบยังขึ้นอยู่กับฤดูกาลอีกด้วย เช่นฤดูฝน อาหารหยาบจะมีคุณภาพดี แต่ในฤดูแล้งคุณภาพอาหาร หยาบจะไม่ค่อยดี
โคที่ได้กินอาหารหยาบคุณภาพดีเราจะสามารถเตรียมอาหารข้นที่มีเปอร์เซนต์ โปรตีนต่ำกว่าเกณฑ์ทั่วไปได้แต่ถ้าให้โคได้กินแต่ฟางหรือหญ้าคุณภาพต่ำ ผู้เลี้ยงจึงต้องเตรียมอาหาร ข้นที่มีปริมาณโปรตีนสูง ดังตัวอย่าง
อาหารหยาบที่โคได้กิน | อาหารข้นที่จะผสมให้โคกิน |
หญ้า หรือหญ้าและฟาง | ผสมให้มีโปรตีน 12%-14% |
หญ้า และพืชถั่วอาหารสัตว์ หรือหญ้าและใบกระถิน | ผสมให้มีโปรตีน 10% – 12% |
สูตรอาหารข้นสําหรับโคขุน
วัตถุดิบ(กก.)
- ปริมาณ ข้าวโพด รํา กากถั่วเหลือง แร่ธาตุ รวม
- โปรตีน(%) ปลายข้าว
- 10% 70 26 2 2 100
- 80 15 3 2 100
- 93 – 5 2 100
- 12% 50 43 5 2 100
- 70 20 8 2 100
- 14% 50 36 12 2 100
- 81 – 17 2 100
หมายเหตุ แร่ธาตุ 2 กิโลกรัม ประกอบด้วยกระดูกป่น 1 กิโลกรัม (หรือจะให้ใดแคลเซียมฟอสเฟต 1 กิโลกรัมก็ได้) และเกลือ 1 กิโลกรัม
นอกจากนี้แล้ว สูตรอาหารข้นที่มีโปรตีน 12% นั้น มีสูตรเสนอให้เลือกเพิ่มเติม โดยพิจารณา ถึงคุณภาพและวัตถุดิบที่มีอยู่ในแต่ละฤดูกาลดังต่อไปนี้
สูตรอาหาร้นสำหรับโคขุนที่มีโปรตีน 12%
วัคถุดิบ | สูตรที่ 1 | สูตรที่ 2 | สูตรที่ 3 |
รําละเอียด | 45 | 50 | 45 |
ปลายข้าว | 30 | – | 20 |
มันสําปะหลัง | – | 25 | 10 |
กากถั่วเหลือง | 10 | 15 | 12 |
กากมะพร้าว | 10 | 5 | 8 |
ไดแคลเซียม | 2 | 2 | 2 |
แร่ธาตุ | 2 | 2 | 2 |
เกลือป่น | 1 | 1 | 1 |
หมายเหตุ ไดแคลเซียมฟอสเฟต แร่ธาตุและเกลือป่นที่ระบุไว้ในสูตรที่ 1 สูตรที่ 2 และสูตรที่ 3 นั้น ไม่ต้องผสมลงไปตามสูตรก็ได้ ถ้าหากผู้เลี้ยงสามารถผสมแร่ธาตุก้อน หรือผสมแร่ธาตุชนิดผงอย่างง่ายตั้งไว้ข้างคอกให้วัวได้เลียกินตลอดเวลา
เทคนิคการขุนโคให้อ้วนให้มีคุณภาพ โดยใช้มันเส้นเข้ามาเสริม
- ระยะแรก เป็นช่วงเริ่มขุนให้ใช้อาหารข้นตามสูตรที่กล่าวมา แบ่งออกให้วันละ 2 ครั้ง
- ระยะที่สอง เป็นช่วงก่อนเดือนสุดท้ายของการขุน 1 เดือนให้เพิ่มการให้อาหารข้นเป็น วันละ 3 ครั้ง แต่ละครั้งให้น้อยกว่าระยะแรกตัวละครึ่งกิโลกรัม
- ระยะสุดท้าย คือเดือนสุดท้ายของการขุนให้เปลี่ยนแปลงสูตรโดยการเพิ่มปริมาณมันเส้นเพื่อให้โคอ้วนเร็วขึ้นดังนี้
- สัปดาห์ที่ 1 : เพิ่มมันเส้น 2.5 กิโลกรัม จากอาหารข้น 100 กิโลกรัม
- สัปดาห์ที่ 2 : เพิ่มมันเส้น 5.0 กิโลกรัม จากอาหารข้น 100 กิโลกรัม
- สัปดาห์ที่ 3 : เพิ่มมันเส้น 7.5 กิโลกรัม จากอาหารข้น 100 กิโลกรัม
- สัปดาห์ที่ 4 : เพิ่มมันเส้น 10 กิโลกรัม จากอาหารข้น 100 กิโลกรัม
ในเดือนสุดท้าย ให้อาหารวันละ 3 ครั้ง เช่นเดียวกับระยะที่สองคือให้น้อยกว่าปกติครึ่งกิโลกรัมเป็นการเร่งให้โคขุนมีความสม่ำเสมอในการกระจายไขมันพอกตัว ทำให้เนื้อที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ เมื่อตัดแต่งขายจะได้ราคาดีมากกว่าโคขุนที่มีการกระจายไขมันที่ไม่สม่ำเสมอ
ขุนวัวให้อ้วน โคเนื้อ วัวแม่พันธุ์ วัวท้อง
วิธีขุนโค โคเนื้อ วัวแม่พันธุ์ วัวท้อง แบ่งออกเป็น 2 วิธี ตามการให้อาหารคือ
- การขุนด้วยการให้อาหารหยาบเพียงอย่างเดียว โดยจะต้องได้รับหญ้าสดที่มีคุณภาพดี อาจตัดให้กิน
ปล่อยเลี้ยงในทุ่งหญ้า การขุนวิธีนี้ไม่แตกต่างกับการเลี้ยงโคเนื้อทั่วไปมากนัก จะต้องใช้ระยะเวลานานในการเพิ่มน้ำหนักตัวตามต้องการ อีกทั้งยังได้เนื้อที่ไม่ค่อยมีคุณภาพดีเท่าที่ควร แต่ก็อาจเหมาะสมกับความต้องการของตลาดในท้องถิ่น ซึ่งไม่ต้องการบริโภคเนื้อที่มีคุณภาพสูงมากนัก แลค่าใช้จ่ายในการขุนวิธีนี้ก็ยังต่ำอีกด้วย
- การขุนด้วยอาหารหยาบ เสริมด้วยอาหารข้น เป็นธุรกิจการขุนโคที่ต้องลงทุนสูง มุ่งให้ได้เนื้อขุนคุณภาพดี ส่งขายให้กับตลาดเนื้อชั้นสูง แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ตามอายุและคุณภาพเนื้อที่ได้ดังนี้ คือ
- การขุนลูกโคอ่อน เพื่อส่งโรงฆ่าเมื่ออายุน้อย ส่วนใหญ่นิยมใช้ลูกโคนมเพศผู้ เริ่มขุนตั้งแต่ลูกโคอายุ 1 สัปดาห์ หรือหลังจากได้รับนมน้ำเหลืองตามกำหนดแล้ว อาหารที่ใช้ลงทุนจะใช้หางนมผงเป็นหลัก ใช้เวลาขุนจนลูกโคมีอายุประมาณ 6-8 เดือน โคจะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วได้เนื้อที่คุณภาพดี เมื่อส่งโรงฆ่า
- การขุนโคที่เริ่มขุนเมื่อโคมีอายุประมาณ 1 ปีครึ่ง หรือมีน้ำหนักประมาณ 200-250 ก.ก. ใช้ระยะเวลาขุนประมาณ 6 เดือน ให้ได้น้ำหนัก 400-450 ก.ก. แล้วส่งโรงฆ่า เป็นรูปแบบการขุนที่นิยมกันแพร่หลายในปัจจุบัน ส่วนใหญ่นิยมใช้โคเนื้อลูกผสมที่ทดสอบแล้วว่า มีการเจริญเติบโตดี คุณภาพเนื้อที่ได้จะดีกว่าการขุนในรูปแบบอื่นมาก และเกษตรกรหันมายึดเป็นอาชีพกันมากขึ้นในปัจจุบัน
- การขุนโคที่มีอายุมาก หรือ โคที่โตเต็มวัยแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นโคที่ปลดจากการใช
แรงงาน ซึ่งมีอายุมักจะไม่ต่ำกว่า 5 ปี เป็นการขุนเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อเพียงบางส่วน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มไขมันหุ้มซาก โดยไม่สนใจไขมันแทรกในเนื้อ จะใช้เวลาในการขุนประมาณ 3 เดือน โคที่ได้จากการขุนประเภทนี้ โดยทั่วไปนิยมเรียกกว่า “โคมัน”
หลักการให้อาหารโคขุน
อาหารที่ใช้ขุนโคมีทั้งอาหารหยาบและอาหารข้น อัตราส่วนระหว่างอาหารหยาบและอาหารข้นจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับ
- ราคาของอาหารทั้งสองเปรียบเทียบกัน
- อายุและสภาพของโค
- ระยะเวลาของการขุน คือระยะต้นหรือระยะปลาย
- จำนวนอาหารข้นที่ให้ ให้กินอย่างเต็มที่หรือกินอย่างจำกัด ถ้าให้กินอาหารข้นจำกัด จำนวนอาหารหยาบที่ใช้เลี้ยงโคต้องเพิ่มสูงขึ้นด้วย
- อากาศ ถ้าอากาศร้อนควรให้อาหารข้นในปริมาณสูงขึ้น
อัตราส่วนระหว่างอาหารหยาบต่ออาหารข้นสำหรับโคขุนควรเป็นดังนี้
- ระยะเริ่มต้น อาหารหยาบ : อาหารข้น = 70 : 30
- ระยะกลางขุน อาหารหยาบ : อาหารข้น = 30 : 70
- ระยะปลายของการขุน อาหารหยาบ : อาหารข้น = 15: 80
ปริมาณอาหารที่ให้โคขุน การให้อาหารที่ถูกต้องทั้งด้านปริมาณและโภชนะที่โคต้องการนั้น ต้องให้ตามความต้องการของโค ซึ่งจะต้องมีความรู้เรื่องนี้พอควร แต่ที่จะกล่าวต่อไปเป็นหลักเกณฑ์โดยปริมาณในการให้อาหารแก่โคขุนที่มีอายุ ต่าง ๆ กันคือ
- โคมีอายุ 2 ปีขึ้นไป กินอาหารวัตถุแห้ง 2% ของน้ำหนักตัว
- โคที่มีอายุ 1-2 ปี กินอาหารวัตถุแห้ง 2.5% ของน้ำหนักตัว
- โคอายุต่ำกว่า 1 ปี กินอาหารวัตถุแห้ง 3% ของน้ำหนักตัว
ตัวอย่างการคำนวณหญ้า และอาหารข้นที่ให้ตามน้ำหนักวัว
โคตัวหนึ่งอายุ 2 ปี หนัก 240 กก. ถูกนำมาขุนระยะหนึ่งโดยใช้อัตราส่วนระหว่างอาหารหยาบต่ออาหารข้น 30 : 70 อยากทราบว่าจะให้โคตัวนี้กินอาหารหยาบและอาหารข้นวันละเท่าใด
- โคกินอาหารวัตถุแห้ง (2% น้ำหนักตัว) = 2/100 X 240 = 4.80 กก.
- ในอาหารหยาบจะมีวัตถุแห้ง = 4.80 X 30 / 100 = 1.44 กก.
- ในอาหารข้นจะมีวัตถุแห้ง = 4.80 – 1.44 = 3.36 กก.
(โดยทั่วไปอาหารหยาบสดจะมีวัตถุแห้ง 20-25% มีความชื้น 75-80% ในที่นี้ขอใช้ 20%)
- วัตถุแห้งในอาหารหยาบสด 20 กก. มาจากหญ้าสด 100 กก.
- วัตถุแห้งในอาหารหยาบสด 1.44 กก. มาจากหญ้าสด= (100 X 1.44) / 20 = 7.2 กก.
(โดยทั่วไปอาหารข้นที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ จะมีความชื้นระหว่าง 12-15% ในที่นี้ขอใช้ 12%)
- อาหารข้นมีวัตถุแห้ง (100-12) 88 กก. มาจากอาหารข้น 100 กก.
- อาหารข้นมีวัตถุแห้ง 3.36 กก. มาจากอาหารข้น = (100 X 3.36) / 88 = 3.82 กก.
คำตอบ โคขุนตัวนี้ควรได้รับอาหารดังนี้
- หญ้าสด วันละ = 7.20 กก.
- อาหารข้น วันละ = 3.82 กก.
อาหารข้นวัว
อาหารข้นสำหรับโค “อาหารข้น” หมายถึง อาหารที่ประกอบด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรท วิตามิน และแร่ธาตุอยู่ครบ ในอัตราส่วนที่เหมาะสมต้อการเจริญเติบโตของโค เป็นอาหารที่มีเยื่อใยน้อย อาหารข้นสําหรับโคนั้น เกษตรกรจะซื้อจากร้านค้าตัวแทนทั่วไป หรือจะผสมขึ้นใช้เองก็ได้
อาหารข้นสําหรับโค การจะพิจารณาว่า เมื่อใดควรจะให้อาหารข้นแก่โคหรือไม่นั้น สําหรับสภาพการเลี้ยง ลูกโคอ่อน เริ่มหัดให้กินอาหารข้น เมื่อลูกโคอายุได้ 8 วัน และให้กินได้เต็มที่ เมื่อลูกโคอายุ ได้ 2 เดือน โดยให้อาหารข้นไม่เกินวันละ 2 กิโลกรัม อาหารข้นที่ให้ควรจะมีโปรตีนประมาณ 20%
- โคขุนเล็ก อาหารข้นสําหรับโคเล็กควรจะมีโปรตีนอยู่ระหว่าง 16-18%
- โคขุนหรือโครุ่น อาหารข้นสําหรับโครุ่นหรือโคสาวควรจะมีโปรตีนอยู่ระหว่าง 14-16%
- โคเลี้ยงลูก ควรจะมีโปรตีน 16-18%
สําหรับโคเล็ก โครุ่นและโคเลี้ยงลูก หากโคได้กินอาหารหยาบที่มีคุณภาพดี (มีทั้งหญ้าและ พืชถั่วอาหารสัตว์) เราสามารถลดปริมาณโปรตีนในอาหารข้นให้ลดลงไปจากที่กําหนดไว้ได้อีก
สูตรอาหารวัวลดต้นทุนโดยกากปาล์ม
การทำอาหารให้วัวขุนกินนั้นมีหลายสูตร หลายวิธี และแต่ละฟาร์มก็มีสูตรการให้อาหารไม่เหมือนกัน ปัจจัยหลักก็คือวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น สูตรนี้เป็นสูจรอาหารลดต้นทุนโดยใช้กากปาล์มอาหารวัวขุน 100 % ดังนี้
วัตถุดิบ
- กากปาล์มเนื้อใน 50 กิโลกรัม (หาซื้อตามโรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน)
- กากปาล์มรวม 10 กิโลกรัม (หาซื้อตามโรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน)
- มันเส้น 25 กิโลกรัม
- กระถินป่น 10 กิโลกรัม
- พรีมิกซ์ 2 กิโลกรัม (หาซื้อได้ตามร้านขายอาหารสัตว์)
- แร่ธาตุ 2 กิโลกรัม
- เกลือ 1 กิโลกรัม
นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมรวมกัน แล้วนำไปให้วัวกิน ปริมาณการกิน อยู่ที่ปริมาณ 7 กิโลกรัม ต่อตัวต่อวัน แบ่งให้วัวกินครบทุกมื้อ สูตรอาหารวัวขุน 100 % ให้โปรตีนถึง 15 % พลังงาน 80 % และยังสามารถช่วยในระบบการย่อยสลายอาหารได้เป็นอย่างดี ทำให้วัวท้องไม่อืด ร่างกายแข็งแรง
ขั้นตอนในการผสมอาหารข้นด้วยตัวเอง
- 1.ชั่งวัตถุดิบแต่ละชนิดให้ได้นํ้าหนักตามต้องการ
- 2. เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักมากที่สุดที่มีอยู่ในสูตรอาหารนั้น กองบนพื้นเป็นอันดับแรก
- เทวัตถุดิบที่มีนํ้าหนักกรองลงมา เททับลงไปเป็นชั้น ๆ ตามลําดับ
- 4.โรยแร่ธาตุและวิตามิน(ถ้ามีในสูตร)เป็นลําดับสุดท้าย โดยโรยให้ทั่ว ๆ กอง
- 5. คลุกเคล้าวัตถุดิบให้เข้ากันทั่วทั้งกอง
- 6. หากพบเศษวัตถุต่าง ๆ เช่น เชือกไนล่อน เชือกฟาง ถุงพลาสติก ก้นบุหรี่ หลอดกาแฟ ตาปู หรือสิ่งปลอมปนอื่น ๆ ให้เก็บออกทันทีที่พบเห็น